posted on 04 Dec 2009 11:04 by nonmai
หายไป 1 ล้านปีแสง 55 เวอร์ได้อีก...ที่หายไปเพราะว่า "เบื่อ" เพียงคำเดียวเท่านั้น เบื่อกับการเปลี่ยนงาน เบื่อกับการเปลี่ยนงาน เบื่อเจ้านาย เบื่อเพื่อนร่วมงาน เบื่อสังคมเดิมๆ เลยต้องคอยหาโอกาสมองหาอะไรใหม่ๆ และดีๆ ให้กับชีวิต
ตอนนี้ก็กลับมาทำงานสายเดิมอีกแล้ว แต่อนาคตอันใกล้นี่ยังไม่สามารถตอบได้ เพราะความแน่นอนก็คือความไม่แน่นอนนั่นเอง ช่วงที่ผ่านมามีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้นในชีวิต...
- ตอนนี้ย้ายออกมาอยู่คนเดียวแล้ว เพราะที่ทำงานใหม่กะที่พักเดิมไกลกันมากมาย เลยต้องมาเช่าห้องอยู่คนเดียว ตอนแรกก็เหงามากกก จำได้ว่าตอนสมัยเข้าไปเรียนปี 1 ใหม่ๆ เป็นโรค Home sick ที่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็น ตอนแรกที่ย้ายมานอนที่ห้องนี้คนเดียวก็เลยเหงาๆ แต้ยังไม่ถึงขั้น Home sick แบบสมัยเรียน
-เปลี่ยนงานมาแล้ว 1 ที่ ด้วยเหตุผลที่ชัดเจนมากในความรู้สึกของตัวเอง คือ "ไม่ชอบ" ซึ่งในเมื่อไม่ชอบเราก็รู้แล้วว่าความอดทนกับการทำงานนี้จะต่ำมาก แล้วฝืนตัวเองมาก ไม่เคยมีความสุขกับงานที่ทำเลย นอนไม่ค่อยหลับต้องคอยผวาว่าตอนไหนเสียงนาฬิกาจะปลุกให้เราตื่นไปทำงาน ทำให้ต้องไปพบคุณหมอด้วยเหตุผล "เครียดจัด" และที่เก๋กว่านั้นคือไม่รู้ตัวเองว่าเครียด รู้แค่ว่ามีอาการนอนไม่หลับ ปวดตามต้นคอ ชอบมีอาการหน้ามืดตาลายเหมือนจะเป็นลม มีอาการวิ้งๆ บวกกับเจ้านายที่นี่แบบว่า เกิดมาไม่เคยพบไม่เคยเจอ คนที่เป็นแบบนี้เลย ไม่ปลื้มมาก ทั้งๆ ที่อายุก็ปาเข้าไปจนปูนนี้แต่วุฒิภาวะและไอคิวต่ำมากๆๆ จำได้ว่าตอนเข้าไปทำงานวันแรก พนักงานของที่บ.นี้ลาออกกันเกือบยกบริษัทเลย ตอนนั้นที่เข้าไปก็รู้ชะตากรรมตัวเองแล้วว่าอยู่ไม่นานแน่ๆ แล้วก็ไม่นานจริงๆ เพราะอยู่ได้แค่ 2 เดือนเอง 55
posted on 18 Jun 2009 11:24 by nonmai
หายไปนานโคตรๆ เพราะว่ามีเรื่องมากมายผ่านเข้ามาในชีวิต ชนิดที่เรียกได้ว่าไม่ได้หยุดได้หย่อนกันเลยทีเดียว หลังจากที่หัวหน้าลาออกไป เราก็ได้ทำนิตยสารเล่มนี้คนเดียว ถามว่าหนักไหม? คำตอบคือ "โคตรๆ" จนถึง ณ วันนี้ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาเจ้านายส่งเมลล์มาบอกว่า เราคงไม่ทำต่อไปแล้วละ เพราะสู้กับตลาดที่ถดถอยไม่ไหว โอเค..เราเข้าใจนะ ก็หางานใหม่ไว้เรียบร้อย พร้อมกับคิดว่าต้องได้เงินชดเชยอย่างน้อย 1 เดือน เพราะว่าเราทำงานมาไม่ถึง 1 ปี แต่ก็เกิน 120 วัน
แต่ทุกอย่างก็ไม่เป็นอย่างที่คิด ที่ไหนได้ไอ้เจ้านายฝรั่งมันหัวหมอมากมาย บังคับให้เราลาออกเอง เพราะว่ามันจะได้ไม่ต้องจ่ายเงินชดเชย ไหนใครๆ บอกว่าฝรั่งซีเรียสเรื่องแบบนี้มากมาย แต่ทำไมมันเอาเปรียบเราได้มากมายขนาดนี้ เสียความรู้สึกเพราะว่ามาอาศัยแผ่นดินบ้านเมืองของเราเป็นที่ทำมาหากิน ยังมาเอาเปรียบคนของประเทศเรา แต่ก็จะไปทำบุญอโหสิกรรมให้ เกิดชาติหน้าฉันท์ใดอย่าได้มาเจอกันอีกเลย
เดือนหน้าก็เริ่มงานใหม่ ไม่ใช่สายงานเดิมซะทีเดียว แต่มองอีกมุมก็คือถือเป็นการเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เรียนรู้งานใหม่ๆ และประสบการณ์ใหม่ๆ เพราะว่าถ้าทำสายงานเดิมก็รู้อยู่แล้วว่าอนาคตตัวเองจะเป็นยังไง คงไม่ก้าวหน้าไปกว่านี้สักเท่าไหร่นักหรอก ไปทำอย่างอื่นบ้าง เผื่อจะค้นเจอว่าอะไรที่เหมาะกับเราอย่างแท้จริง
จะเบญจเพสแล้วเริ่มนอยด์สุดๆๆๆ ช่วงนี้ก็เลยเดินสายตระเวณทำบุญบ่อยๆ มีคนเคยบอกว่าเบญจเพสจะเป็นช่วงแห่งการเปลี่ยนแปลงของชีวิต ได้แต่หวังว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะนำมาซึ่งสิ่งดีๆ ให้แก่ชีวิตตัวเองก็แล้วกันนะ
posted on 03 Apr 2009 12:38 by nonmai
ช่วงนี้พูดได้คำเดียวว่า "เหนื่อย" งานราษฎร์งานหลวงหลายสิ่งอย่างมากมาย สรุปว่าไม่ได้ไปเรียนเพ้นท์เล็บมา 2 วีคละ รวมวีคนี้อีก 3 วีค เหอๆๆๆ เพราะมัวแต่ยุ่งกับหลายสิ่งอย่าง เฮ้อ...ไม่ไหวจะเคลียร์ แถมวีคนี้ก็จะจรลีไปยังพระนครศรีอยุธยาอีก เนื่องจากเพื่อนชวนไปบวชชีพราหมณ์ เพราะไหนๆ ก็จะย่างเข้าเบญจเพสแล้ว ต้องไปทำบุญกันสักหน่อย
งานที่ออฟฟิศก็เยอะๆ การทำงานคนเดียวนี่เหนื่อยชิบ ไม่ไหวจะเคลียร์ งานเยอะ เงินน้อย ตามกฎความเป็นไปของโลกเป๊ะ บางทีก็อยู่ในอารมณ์แบบเบื่อๆ เพลียๆ กับชีวิต ไม่อยากทำงาน แต่ก็รู้ว่าถ้าไม่ทำงานจะเอาที่ไหนมากิน? เฮ้อ....เบื่อชีวิตที่เลือกไม่ได้ ไม่ชอบ
ทะเลาะกับอิอ้วนอีกละ ด้วยเรื่องเดิมๆ เบื่อมากๆ บางทีก็มานั่งคิดว่า มันอาจจะไม่ใช่ความรัก เราอาจจะไม่ได้รักกัน แต่เราแค่ผูกพันกัน เพราะบางทีเราก็ไม่อยากอยู่กับอิอ้วนเลย บางทีเราก็เบื่อเราก็หน่ายในสิ่งที่เขาเป็น และเราเองก็คิดว่าเขาก็คงเบื่อเหมือนกัน บางทีความสัมพันธ์ของเรา 2 คนอาจจะเดินมาถึงทางแยกที่ต้องเลือกเดินแล้วละมั้ง ว่าเราจะเดินไปทางเดียวกัน หรือเราจะเลือกเดินกันคนละเส้นทาง คิดหนักและคิดไม่ตก....
จบข่าว
posted on 05 Mar 2009 12:25 by nonmai
ช่วงนี้เรียกได้ว่าเป็นช่วง "ง่อนแง่น" ของชีวิตอีกครั้งหนึ่งก็ว่าได้ ศุกร์นี้หัวหน้าก็จะออกแล้ว สรุปว่าเหลือเราคนเดียวทำหนังสือหัวนี้ต่อไป ภารกิจอันใหญ่ยิ่ง แต่ก็ดีหน่อยที่เขาปรับมาเป็น 2 เดือน 1 ครั้ง เพื่อช่วยเหลือตัวเราและตัวบริษัทเอง ตอนนี้ก็เริ่มหาสมัครงานใหม่ไปเรื่อยๆ ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะเป็นไง แต่ถ้ามีทางเลือกในชีวิตที่ดีกว่า "เราก็ไป" แค่นั้นเอง
ตื่นมาตอนเช้าตาบวมมากมาย สงสัยอยู่ว่าเป็นเพราะ eye cream ตัวใหม่แน่ๆ เลย เมื่อคืนเลยลองหยุดทา
ปรากฎว่าตื่นมาตอนเช้าตาไม่บวมแล้ว นี่เราแพ้ใช่ไหมนี่? เพิ่งเสียเงินซื้อมานะ เง้อๆๆๆ....เสียดายตังค์มากๆ เลย แต่ทำไงได้น้อ ในเมื่อมันแพ้ก็ต้องส่งต่อไปให้พี่ ไม่ก็เพื่อนเป็นแน่แท้ แต่แอบเสียดายเงินอ่ะ ไม่ใช่ถูกๆ เลยนะนั่น
ช่วงนี้อากาศร้อนมากมาย...ตับแลบ ไม่อยากออกไปกินข้าวข้างนอกเลย เพราะว่าไม่อยากเดินฝ่าเปลวแดดไปอ่ะน่ะ เลยจำต้องอาศัยรถเพื่อนไปกินข้าวที่เอ็มโพเรี่ยมทุกวัน แต่ก็แพงอ่ะนะ...ขืนกินทุกวันหมดตูดแน่ๆ เลย เหอๆๆ ตอนนี้เลยสลับไปกินร้านอาหารตามสั่งและที่เอ็มโพเรียมเอา เป็นการกระจายเฉลี่ยความร้อน อิอิ
งานเยอะ...ทำงานต่อละ เซ็งๆ เบื่อๆ
posted on 20 Feb 2009 12:43 by nonmai
อยู่ดีๆ ก็เกิดอาการคึกจัด อยากเรียนเพ้นท์เล็บขึ้นมาซะงั้น เหตุอันเนื่องมาจากว่าไปอ่านหนังสือเจอ แล้วเกิดอาการอยากเรียนขึ้นมาตะหงิดๆ หลังจากที่ก่อนหน้านั้นเคยลองงมๆ ปลาๆ กับการเพ้นท์เล็บให้ตัวเองและเหล่าผอฝเพื่อนมาแล้วหลายครั้ง ฝีมือพอถูๆ ไถๆ ไปได้ อาศัยครูพักลักจำมาใช้ เลยอยากเอาจริงเอาจังขึ้นมาบ้าง และคิดว่าต้องไปลงคอร์สเรียนจริงๆ จังๆ บ้างแล้วละ
หาสถานที่เรียนทางอินเตอร์เน็ท ได้มาหลายร้านมากๆ จนเลือกไม่ถูกเลย สุดท้ายตัดสินใจเลือกแถวหนึ่งที่ประตูน้ำ หลังจากได้มีการอ่านประวัติของเจ้าของร้านแล้วชอบในความคิดความอ่านของเธอ เลยตัดสินใจโทรไปถามรายละเอียด เจ้าของร้านพูดช้าดูเป็นคนใจเย็นมาก โดนเราแย่งพูดหมดเลย 55+++
สรุปว่าจะไปเรียนที่นี่ เรียนทุกวันเสาร์เวลา 13.00-18.00 น. เนื่องจากวันธรรมดาเราต้องทำงานนั่นเอง จะไปสมัครพร้อมเริ่มเรียน 28 ก.พ.นี้ คิดว่าน่าจะเป็นไปด้วยดี แต่ตอนนี้ยังไม่มั่นใจในฝีมือตัวเองเท่าไหร่วะ ว่าเราจะทำได้ไหมวะ? แต่เอาเหอะในเมื่อตัดสินใจเดินมาทางนี้แล้วก็ต้องเต็มที่กับมันละนะ
เหตุผลที่อยากเรียนก็เพราะว่า เรื่องความสวยความงามสำหรับผู้หญิงเป็นเรื่องที่ใหญ่ยิ่ง ต่อให้เศรษฐกิจจะดิ่งลงเหวแค่ไหน ผู้หญิงก็ไม่เคยหยุดสวย สังเกตได้จาก ยอดขายเครื่องสำอางหรือสินค้าที่เกี่ยวข้องกับความสวยความงามยังเดินไปได้ด้วยดี เพราะผู้หญิงยอมอดทุกสิ่งอย่าง ยกเว้นเรื่องเดียวคือความสวยความงาม หวังใจไว้ว่าเราจะมีความสุขกับมันนะ
posted on 18 Feb 2009 15:56 by nonmai
ทำไมชีวิตมนุษย์ต้องเลือก ต้องตัดสินใจเสมอ? ไม่เข้าใจเลยจริงๆ และก็ไม่อยากเลือกด้วย ทางหนึ่งที่ยังไม่รู้ว่าจะเอาไง ส่วนอีกทางก็หนักหนาสาหัสเอาการ การดูแลนิตยสารสักเล่มไม่ใช่เรื่องง่าย แถมเราต้องไฟต์กับเจ้านายที่พูดภาษาไทยได้กระท่อนกระแท่น ในขณะที่ภาษาอังกฤษเราก็กระท่อนกระแท่นเช่นเดียวกัน แล้วชีวิตจะเดินไปทางไหนดี?
เราแค่ไม่มั่นใจว่าภาระที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้เราจะรับไหวไหม? ประสบการณ์อันน้อยนิดที่เรามี ไม่รู้ว่ามันจะมากพอไหม? ทั้งที่เพื่อนๆ และใครหลายๆ คนก็ให้กำลังใจ ชนิดที่เรียกได้ว่าท่วมท้น แต่เรากลับไม่ได้รู้สึกมั่นใจในตัวเองแม้แต่น้อยเลย งานนี้มันงานช้างชัดๆ
ใจนึงก็บอกตัวเองว่าเอาน่าโอกาสไม่ได้มีเข้ามาหาง่ายๆ นะ ถ้าเราทำไม่ได้ อย่างน้อยเราก็ได้ทำ และทำดีที่สุดแล้ว ถ้ามันจะไม่เวิร์ก ก็ถือว่าเราได้รับประสบการณ์ที่ดี ในอนาคตเมื่อเรามีโอกาสมายืนที่จุดนี้อีกครั้ง เราจะได้รู้ว่าเราต้องทำตัวยังไง ต้องวางตัวเองไว้ที่ตรงไหน ถึงจะพอเหมาะพอดี
แต่หากมันประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี เราก็ต้องยินดีและชื่นชมในความสำเร็จของเรา เพียงแต่เรายังไม่มั่นใจในตัวเองเท่านั้นเอง
ความฝันของเราคือการเป็นบก. ดูแลหนังสือสักเล่ม แต่ทำไมเมื่อมีโอกาสเรากลับกลัววะ??
posted on 05 Feb 2009 11:55 by nonmai
เมื่อวานมีงานแถลงข่าวข้างนอกที่ Siam Discovery กำหนดการจริงๆ 13.30 น. แต่กว่างานจะเริ่มจริงๆ ก็ปาเข้าไปเกือบบ่าย 2 น่าเบื่อมากๆๆ เรานี่ง่วงและหิวมาก ข้าวเที่ยงก็ไม่ได้กิน ยังดีที่อย่างน้อยในงานก็ยังมีของว่างให้กินรองท้องไปก่อน พอให้หายหิวได้
งานเลิกไม่ได้กลับออฟฟิศ เพราะว่าเหนื่อยมาก ข้ามฝั่งมาเดินสยาม ซึ่งไม่ได้เดินมานานเหมือนกันนะ รู้สึกว่าตัวเองแก่ๆ ไงไม่รู้ อิอิ แวะไปดูซีดีหนังที่นำมาขายถูกมากกกกกกกกก แต่ไม่มีกะจิตกะใจจะเลือก เพราะว่าเหนื่อยเหลือเกิน แวะไปจัดการธุรกรรมทางการเงินที่ธนาคารกสิกรไทย เบลอๆ ยังไงไม่รู้ ยิ่งกลัวตัวเองทำอะไรผิดพลาดอยู่ ไปอัพเดทบัญชี โอนเงินเข้าบัญชี จากบัญชีนั้น มาบัญชีนี้ ทำเอามึนๆ
อยากช้อป แต่แค่ต้นเดือนก็เริ่มจนกรอบละ เลยต้องหักห้ามใจ ร้านบู๊ธ ลดราคามากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ อยากได้วิตามินหลายตัวเลย ทั้งอิฟนิ่ง พริมโรส ซิงค์ ฯลฯ แต่ต้องหักห้ามใจอย่างแรง เพราะว่าต้นเดือนเพิ่งซื้อไปตัวนึง ส่วนพวกนี้ค่อยซื้อทีหลังก็ได้ ต้องหักห้ามใจไม่ให้ตัวเองซื้อๆๆๆๆๆๆๆๆ
Thanks เพื่อนๆ ทั้งสอง...ที่เม้าท์เอ็มด้วยกันทุกวัน (งานการไม่ทำ 55+ ) อย่างน้อยก็ทำให้คิดอะไรได้มากขึ้น รู้ว่าตัวเองต้องตัดสินใจในบางเรื่องอย่างไร สุขทุกข์มันอยู่ที่ใจ ทำอะไรก็ได้ที่ตัวเองมีความสุข โดยไม่ทำให้ใครเดือดร้อน มีความสุขและพอใจในสิ่งที่ตัวเองมีและเป็น แค่นี้แหละชีวิต อย่าคาดหวังอะไรมากมาย