2008/Apr/22

              เมื่อวาน...คือวันแรกที่รับรู้ว่าต่อจากนี้ไปต้องอยู่แบบคนเดียว (อีกแล้ว) กับหลากหลายอารมณ์ที่ปนเปกันไป ทั้งหวั่นไหว เศร้า พร้อมกันนั้นในส่วนลึกๆ ของใจก็ยังเชื่อมั่นว่ามันจะต้องผ่านไปได้ด้วยดี  เหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่าน              หลังจากที่เมื่อคืนนั่งคิด  นอนคิด (อย่างหนัก) พร้อมๆ กับอารมณ์เหงาๆ ในส่วนลึก  ที่รู้ว่ายังรอเสียงโทรศัพท์จากเขา (ด้วยความเคยชิน)  หากแต่ไม่มีเสียงตอบรับจากใครๆ ทั้งสิ้น จน 4 ทุ่มจึงปิดเครื่อง...นอน....ก่อนจะตื่นขึ้นมาอีกครั้งตอนตี 1 เปิดโทรศัพท์ดู  ด้วยความหวังในใจลึกๆ ว่าเขาอาจจะโทรมา...แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น....นอนต่อดีกว่า


                วันนี้...คือวันแรกที่รับรู้ว่าต่อจากนี้ไปวันเวลาดีๆ ที่เคยมีเหล่านั้นนับวันจะเริ่มกลายเป็นเพียงแค่ความทรงจำสีจางๆ  ตามเวลาที่นับวันจะยิ่งทำให้เราห่างไกลและไกลห่างกันออกไปมากขึ้นๆ มันอาจจะต้องเหนื่อย ต้องเหงา ต้องเจ็บบ้างเวลาที่หวนนึกถึง  แต่สัญญาว่าต่อจากนี้ไปหากกลับไปคิดถึงเมื่อไหร่จะมีเพียงรอยยิ้มและความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีให้กันเสมอมา


                ถึงแม้ตลอดเวลาที่ได้รู้จักกันมา..น้อยครั้งนักที่เธอจะแคร์กัน  น้อยครั้งนักที่เธอจะดูแลฉัน  น้อยครั้งนักที่เธอจะห่วงใยกัน  น้อยครั้งนักที่เธอจะรักฉัน  บ่อยครั้งที่เธอทำให้ฉันต้องร้องไห้  บ่อยครั้งที่เธอทำให้ฉันเจ็บปวด  บ่อยครั้งที่เธอทำให้ฉันน้อยใจ  แต่...ฉันรู้ว่าแค่เวลาที่เราได้หัวเราะไปด้วยกันแม้เพียงช่วงเวลาแค่ไม่กี่นาที  มันจะสามารถลบล้างสิ่งไม่ดีเหล่านั้นทั้งหมดได้   เพราะฉันเชื่อเสมอว่า...ความรักคือการให้อภัยซึ่งกันและครั้ง   แต่พ่อของฉันเคยบอกว่าอย่าให้อภัยใครเกิน 3 ครั้ง  สำหรับเธอ...มันมากกว่านั้นด้วยซ้ำไป


                ต่างคนต่างมีเส้นทางชีวิตให้เลือกเดินกันคนละทาง  เธอตัดสินใจเสียสละความสุขของตัวเองทั้งหมดเพื่อใครอีกคน  ใครอีกคนที่เธอกล้าบอกฉันว่าเขาคือ “ครอบครัว” ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ  เรามันก็เลยเป็นแค่คนนอก  ที่เวลาเขาดีกันก็กลายเป็นหมาหัวเน่าหรือสสารที่ไม่มีตัวตนล่องลอยไปเรื่อยๆ  แต่หากวันไหนที่เธอต้องการที่ระบายเรามักจะมีคุณค่าขึ้นมาอย่างน่าตกใจ  


                อยากอวยพรให้นะ...แต่ไม่รู้จะพูดไปทำไม? ในเมื่อทุกวันนี้เธอก็มีความสุขดีอยู่แล้ว  เอาเป็นว่า...โชคดีคนละครึ่งแล้วกันนะ
               

2008/Apr/16

                กลับมาจากบ้านแล้ว...หลังจากที่หนีกลับบ้านบ้านไปสาดน้ำมาจนเหนื่อยมากมาย  พ่อมาส่งขึ้นรถตอนทุ่มหนึ่ง  คนขับเหยียบคันเร่งซะมิดเลย  น่ากลัวมาก  เลยนอนไม่ค่อยหลับเท่าไหร่  ต้องมองดูทางตลอดเวลาเลย  ตี 3 ครึ่งมาถึงปากช่องรถติดเป็นแพยาวเลย  แอบหวั่นใจเล็กน้อยกลัวว่าจะกลับมาทำงานไม่ทัน  แต่ในที่สุดก็มาถึงห้องโดยสวัสดิภาพในเวลา 06.30 น. โดยประมาณ   เลยจัดการกินมาม่าแก้หิว  แล้วผลอยหลับไปได้ชั่วอึดใจ  ก่อนที่เสียงนาฬิกาปลุกจะดังขึ้น


                มาถึงออฟฟิศเช้าเหมือนเคย...ยังไม่ค่อยมีคนมาเยอะเท่าไหร่นัก  จัดการกินข้าวเช้า  พร้อมอัดกาแฟลงไป 1 ถ้วย  นั่งทำงานไปเรื่อยๆ  ตอนไหนคิดงานไม่ออกก็แอบเล่นเน็ท  หาข้อมูลนั่นนี่ หุหุ  แต่ง่วงมากๆๆๆ ตานี่จะปิดซะให้ได้เลย  กว่าจะพักเที่ยงนี่แทบจะเอาหัวโขกลงไปหน้าจอคอมเลย  คราวหลังจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว  มาจากบ้านแล้วมาทำงานเลยนี่มันเหนื่อยมากมายเลยนา  จะจำไว้...คราวหลังจะได้ไม่พลาดแบบนี้อีก


                ตอนเช้าว่าหนักหนาสาหัสแล้วนะ  พอตกบ่ายนี่  เอาแล้ว...อาการน่าเป็นห่วงมากๆ เบลอสุดฤทธิ์  เพื่อนมาคุยงานด้วยก็ อืมๆๆๆ  ทำท่าเหมือนเข้าใจ แต่จริงๆ ฉันง่วงมากมาย 555++ เลยต้องซดกาแฟเข้าไปอีกแก้วหนึ่ง  วันนี้ร่างกายรับคาเฟอีนเข้าไปแบบเต็มๆ เลยทีเดียว  


                ไปเล่นสงกรานต์กับเพื่อนๆ มา  อุตส่าห์ทา Sun Block SPF 50 แต่รู้สึกว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรเลย  ดำเหมือนเดิม 55++ แต่หากไม่ทาอาการคงน่าเป็นห่วงกว่านี้มากมายเลยแหละ  ตอนแรกไม่อยากไปเที่ยวกับเพื่อนเลย  เพราะว่าเพื่อนพากันนั่งรถตู้ไปกัน  เราว่ามันไม่ได้ฟิลเท่าไหร่ อยากนั่งรถกระบะมากกว่า   แต่พอไปถึงแล้วนี่...โอ้  ขอบคุณเพื่อนๆ มากมาย  เพราะว่าแถวนั้นเล่นกันแบบเถื่อนเล็กน้อยถึงปานกลางเลยแหละ  สาวๆ โดนรุมทาแป้งแบบว่าไปไหนไม่ได้เลย  ดีไม่ดีอาจโดนแต๊ะอั๋งก็เป็นได้  ขนาดพวกเรานั่งรถตู้ไปกันเขายังพยายามมาเปิดประตูรถอยู่นั่นแหละ  ออกแนวน่ากลัวมากมาย 


                เหนื่อย...ตอนเย็นกลับไปอยากนอนเลย  แต่ทำไม่ได้...เพราะวันนี้มีสวรรค์เบี่ยง 55++

edit @ 16 Apr 2008 17:48:24 by nonmai

2008/Apr/10

           ช่วงนี้รู้สึกว่าภูมิคุ้มกันในหัวใจจะลดต่ำลงจนน่าใจหาย  เหนื่อยและเจ็บปวดกับเรื่องเดิมๆ ได้ง่ายมากเหลือเกิน  อยากหลุดพ้นไปจากวงจรอุบาทว์นี้มาก  แต่รู้ว่ามันต้องใช้เวลา...อาจจะนานไปบ้าง     แต่สักวันมันจะหายดีเอง


                ความรัก  คือ เรื่องราวของคน 2 คนเท่านั้น  คงไม่ใช่สิ่งที่น่ารื่นรมย์เท่าไหร่หากมีคนที่ 3 เข้ามา  แต่อยากบอกว่าคนที่ 3 ไม่ใช่ว่าจะเลวร้ายไปทุกคน  บางคน...น่าสงสารที่สุดเท่าที่พบเจอมา  เพียงเพราะกับดักของคำว่าความรักที่พันธนาการเธอไว้ไม่ให้ไปไหน  เรื่องความรักไม่มีคนผิดคนถูกหรอกนะ  เพียงแต่เป็นเรื่องของจังหวะและเวลามากกว่า


                แม้จะไม่ได้เป็นคนที่ยืนอยู่ข้างกันในตอนนี้  แต่ครั้งหนึ่งที่ได้รู้ว่าตัวเองถูกรัก  และมีความสำคัญต่อใครอีกคน  แค่นี้คงเพียงพอแล้วละนะ  พอแล้วจริงๆ  ไม่อยากไปดึง ไปพรากเขาให้แยกจากกัน  เพราะเรารู้ว่าการพลัดพรากจากสิ่งที่รักมันเจ็บปวดและทรมานแค่ไหน    ให้เราเพียงคนเดียวที่ต้องเจ็บปวดมันก็เกินพอแล้ว อย่าให้ใครเจ็บปวดเพิ่มขึ้นอีกเลยนะ  ครั้งหนึ่งเคยบอกเพื่อนว่า...ความรักคือ การที่เห็นคนที่เรารักมีความสุข   เพิ่งรู้ว่ากว่าจะคิดแบบนี้และทำแบบนี้ได้  มันทรมานเหมือนกันแฮะ  แต่ถ้าทำได้...มันคงดีไม่น้อยเลยแหละ  อย่างน้อยก็คงดีกว่านี้แหละมั้ง?               

     ไว้อาลัยให้แก่...ความรักอันยิ่งใหญ่หากแต่ไร้คุณค่าของผู้หญิงคนนั้น

edit @ 10 Apr 2008 10:13:32 by nonmai

edit @ 10 Apr 2008 17:16:08 by nonmai

edit @ 11 Apr 2008 10:43:00 by nonmai